กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐออกแถลงการณ์ เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วว่า ไม่มีแผนการ “ยกระดับหรือฟื้นฟูให้เป็นปกติ” เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับซีเรีย ขณะเดียวกัน สหรัฐ “ไม่สนับสนุน” ให้ประเทศอื่นดำเนินการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลดามัสกัสด้วย เนื่องจากประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด “ไม่มีความชอบธรรมอีกต่อไป”

ท่าทีดังกล่าวของสหรัฐซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลดามัสกัส ตั้งแต่ปี 2555 เกิดขึ้น หลังจอร์แดนเปิดจุดผ่านแดนจาเบอร์ ในเมืองมาฟรัค ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับภาคใต้ของซีเรีย เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา เดิมที จุดผ่านแดนจาเบอร์กลับมาเปิดเมื่อปี 2561 หลังปิดยาวนับตั้งแต่ซีเรียเผชิญกับสงครามกลางเมือง เมื่อปี 2554 อย่างไรก็ตาม จุดผ่านแดนแห่งนี้จำเป็นต้องปิดอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

อนึ่ง ในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) ที่นครนิวยอร์ก เมื่อปลายเดือนที่แล้ว รัฐมนตรีการต่างประเทศของซีเรียและอียิปต์พบหารือกันด้วย แม้ไม่เป็นทางการ แต่นับเป็นความเคลื่อนไหวทางการทูตครั้งสำคัญในรอบ 1 ทศวรรษ ระหว่างทั้งสองประเทศ ขณะที่จอร์แดนเดินหน้าเรียกร้องสหรัฐผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อซีเรียด้วย